ไฟเขียวเอกชนจ้างเหมา ระบบอนุญาตแรงงานต่างด้าวครบวงจร

ครม. เห็นชอบแผน e-Work Permits OS ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงการให้บริการออกใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าว ลุยนโยบายรัฐบาลดิจิทัล

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตามที่กระทรวงแรงงานได้มีนโยบายยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านการรับคำขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ที่มีข้อจำกัด อาทิ ผู้รับบริการยังต้องเข้ารับบริการด้วยตัวเองเฉพาะในเวลาราชการ กระบวนการยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสารใช้เวลาในการดำเนินการหลายวัน

ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงได้เสนอแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานเสนอให้ ครม.พิจารณา ซึ่งได้รับความเห็นชอบ และเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล รายละเอียดมี ดังนี้

เห็นชอบแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการงานด้านการทำงานของคนต่างด้าว โดยการจ้างเหมาเอกชนดำเนินการให้บริการรับคำขออนุญาตทำงาน การออกใบอนุญาตทำงาน และการแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (e-Work Permit OS) ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้กระทรวงแรงงานดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างฯ ตามที่กำหนดไว้ใน กฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งภาคเอกชนที่ผ่านการคัดเลือก จะทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการจัดเตรียมสถานที่ (ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) วัสดุอุปกรณ์ บุคลากรในการดำเนินงาน

รวมถึงจัดหาและพัฒนาระบบสาระสนเทศในการปฏิบัติงาน ได้แก่ ระบบที่ให้บริการ (เช่น ระบบนัดหมาย ระบบติดตามผลการอนุญาต) ระบบสนับสนุนการปฏิบัติงาน (เช่น ระบบตรวจสอบยืนยันหรือรับรองบุคคล) ระบบที่ใช้งานโดยเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียน (เช่น ระบบเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล ระบบฐานข้อมูลการอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว) โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 10 ปีหรือกำหนดตามจำนวนใบอนุญาตทำงานที่ออกให้คนต่างด้าวจำนวน 15 ล้านใบอนุญาต

ในส่วนภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดนโยบายวิธีปฏิบัติและควบคุมการดำเนินงานของเอกชน เช่น การพิจารณาอนุญาตจะเป็นอำนาจของนายทะเบียนแต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้มอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ มีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อไม่ให้เอกชนเข้าถึงหรือนำไปใช้

สำหรับงบประมาณในการจ้างเหมาเอกชน จะมาจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บได้ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้นำไปใช้จ่ายได้ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินจากเงินกองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การปรับปรุงกระบวนงานและรูปแบบการให้บริการงานโดยการจ้างเหมาเอกชนนี้ จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความทันสมัย เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ เกิดการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ตัวอย่าง ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนคือ ผู้ใช้บริการสามารถขอรับบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดระยะเวลาการดำเนินการตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดกระบวนการ มีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ 45 ศูนย์ มีฐานข้อมูลคนต่างด้าวฐานเดียวและสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/general/news-560901


จำนวนผู้อ่าน: 283

24 พฤศจิกายน 2020