Easy Maintenance
Report Application

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Smart Fix ได้ที่

Application Features

Application ที่ช่วยให้งานซ่อมของคุณง่ายขึ้น รองรับการให้บริการครบทุกหมวดงาน smartfix ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือช่วยแจ้งซ่อมเท่านั้น แต่เรายังมีทีมช่างและผู้รับเหมาของเราเอง ทั่วประเทศ และทีมเจ้าหน้าที่คอยรับแจ้งซ่อม วิเคราะห์ ตรวจสอบ และแจ้งดำเนินการ อย่างรวดเร็ว และเป็นระบบ

ให้บริการครอบคลุมทุกหมวดงาน

ตู้จ่ายน้ำมันและแก๊ส

แจ้งซ่อมปัญหาสำหรับอุปกรณ์ประเภท ตู้จ่ายน้ำมันและแก๊ส

โครงสร้าง

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับงานประเภทโครงสร้าง อาคารคลุมปั้ม อาคารสำนักงาน และ อื่นๆ

ระบบไฟ

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับ ไฟฟ้าเมนหลัก ไฟฟ้าอาคารคลุมปั๊ม ระบบไฟตู้จ่าย ระบบไฟป้าย และอื่นๆ

ป้าย

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับ ป้ายบอกชนิดน้ำมัน ป้ายทางเข้า - ออก ป้ายโฆษณา และ อื่นๆ

ระบบน้ำ

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำ ระบบประปาอาคารสำนักงาน ระบบประปาห้องน้ำ และอื่นๆ

ท่อและถัง

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบท่อและถัง ระบบถัง LPG ระบบท่อแกีส LPG ระบบถังน้ำมัน

งานซ่อมอื่นๆ

แจ้งปัญหาในงานด้านอื่นๆ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่อง ตรวจสอบ และดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว

ข่าวประชาสัมพันธ์

‘บิ๊กป้อม’ยัน ยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวจีน-อินเดีย 1 ปีนานไป

แฟ้มภาพ  พล.อ.ประวิตร ยืนยัน ยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวชาวจีน-อินเดีย 1 ปีนานไป 15-30 วันพอได้ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีไม่เห็นด้วยกับมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa) เพื่อการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ว่า ไม่ได้ค้านทั้งหมด แต่การยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและอินเดียระยะเวลา 1 ปี (ต.ค.62-ก.ย.63) นานเกินไป “ถ้าระยะสั้นๆก็พอจะได้ นานๆไม่ได้ เช่น 15 วัน สองสัปดาห์ 1 เดือน ถ้าระยะยาวคงไม่ไหว” คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่…จ่อเปิดฟรีวีซ่า‘จีน-อินเดีย’ อัดยาแรงฟื้นท่องเที่ยวไทย   ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/breaking-news/news-362054

จำนวนผู้อ่าน: 14

20 สิงหาคม 2019

ค่าเงินบาท​ทรงตัวที่​ 30.83 บาท/ดอลลาร์​ แกว่งตัวกรอบแคบ

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้​ (20​ ส.ค.)​ ที่ระดับ 30.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ​ ไม่เปลี่ยนแปลงจากสิ้นวันทำการก่อนหน้า​ สำหรับ​กรอบค่าเงินบาทวันนี้​ อยู่​ที่​ 30.80-30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ “แม้ว่าภาพตลาดการเงินโดยรวมจะอยู่ในโหมด Risk On แต่ไม่ถือเป็นบวกกับสินทรัพย์ในไทยมากนัก สินทรัพย์ปลอดภัยที่เคยได้รับแรงหนุนจากดอกเบี้ยต่ำ เริ่มเจอแรงต้านเมื่อนักลงทุนทยอยขายทำกำไรบอนด์ไทย ขณะที่ในฝั่งสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นไทยกลับไม่ได้รับความสนใจ และถูกนักลงทุนต่างชาติเทขายด้วย ภาวะเช่นนี้จะทำให้เงินบาทซื้อขายในกรอบแคบแคบ แม้บาทจะอ่อนค่า ก็จะถูกกดด้วยแรงขายของผู้ส่งออกที่ระดับบ 30.90-31.00 บาทต่อดอลลาร์ ต้องรอให้ตลาดพลิกไปปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) ดอลลาร์จึงจะก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้​” ดร.จิติพลกล่าว​ ทั้งนี้​ ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น (Risk-On) หลังจากทางการสหรัฐฯ อนุญาตให้บริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยีซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯได้อีก 90 วัน นักลงทุนจึงคลายความวิตกกับปัญหาสงครามการค้า นอกจากนี้จีนและเยอรมนีก็มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคลายความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจโลกลงอีกขั้น ภาวะตลาดดังกล่าวส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นทั้งหมด ดัชนี S&P500  FTSE100 และ STOXX50 ปิดบวก 1.2% 1.0% และ 1.2% ตามลำดับ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวบวก 2.0% ปิดที่ระดับ 59.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในทางกลับกัน สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven assets) เผชิญกับแรงเทขาย หลังเฟดพลิกมุมมอง ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในปัจจุบันดีเกินกว่าที่เฟดจะต้องลดดอกเบี้ยต่อ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 5.1bps มาที่ระดับ 1.60% เงินเยนอ่อนค่าลง 0.2% และราคาทองคำดิ่งลง 1.1% สู่ระดับ 1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์ “สำหรับวันนี้ ต้องระวังความเสี่ยงการเมืองในอิตาลี เมื่อนายกรัฐมนตรี Giuseppe Conte ต้องเผชิญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (Vote of No-Confidence) จากวุฒิสภาที่อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในปีนี้” ดร.จิติพล​กล่าว​ ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/finance/news-362051

จำนวนผู้อ่าน: 15

20 สิงหาคม 2019

คลิปนาทีเดือดกลางห้อง! ‘สิระ’ โต้เถียง นายกเทศมนตรีกะรน

สิระ เข้าพบผู้ว่าภูเก็ต และนายกเทศมนตรีตำบลกะรน ก่อนโต้เถียงกันเดือด – จังหวัดแต่งตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในเวลา 30 วัน เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2562 ห้องรับรองชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายศาสตรา ศรีปาน, นายพยม พรหมเพชร และร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ และคณะ เข้าพบนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ที่ดินจังหวัดภูเก็ต โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น เพื่อหารือกรณีได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่กะตะน้อย ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ว่า ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการเดอะพีช เรสซิเดนซ์ ของบริษัท กะตะ บีช จำกัด ซึ่งเป็นคอนโดหรู และเอกสารสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าว คือ นส.3 ก ศาลปกครองชั้นต้นนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งให้เพิกถอน แต่เทศบาลตำบลกะรนยังอนุญาตให้ก่อสร้างโครงการดังกล่าว โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนรับฟังแต่อย่างใด ต่อจากนั้นที่ห้องประชุมชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสิระ เจนจาคะ พร้อมคณะ ได้มาพบปะและพูดคุยกับนายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีกะรน พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง โดยได้มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อสรุปที่ได้จากการหารือกับผู้ว่าฯ ภูเก็ต ว่า ทางจังหวัดจะแต่งตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยมีรองผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และจะตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเวลา 30 วัน โดยจะตรวจสอบในประเด็นที่มองว่า ยังไม่มีความชัดเจน เช่น การศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอว่า ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เพราะได้รับข้อมูลว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว, กรณีของ นส.3 ที่ทางเทศบาลฯ อ้างว่ามีลำรางสาธารณะ แต่จากการตรวจสอบในเอกสารสิทธิไม่มีลำรางแต่อย่างใด, การออกใบอนุญาตก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ และทราบว่าใบอนุญาตหมดอายุแล้ว ทำไมยังก่อสร้างอยู่, นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ชาวบ้านร้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง เนื่องจากในช่วงฝนตกหนักจะมีน้ำไหลลงมาด้านล่าง ท่วมพื้นผิวจราจรและบ้านเรือน และขอให้เทศบาลฯ สั่งระงับการก่อสร้างแต่ยังไม่มีคำสั่งแต่อย่างใด และในการขออนุญาตก่อสร้างเป็นที่พักอาศัยรวม แต่เมื่อก่อสร้างจริงกลับเป็นการสร้างอาคารคอนโดมิเนียมเพื่อขายให้คนต่างชาติ และเป็นไปตามแบบที่ขออนุญาตหรือไม่ “จากข้อมูลความผิดปกติดังกล่าว หากยังปล่อยให้มีการก่อสร้างต่อไปอีก จะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพราะคอนโดมิเนียมจำนวนกว่า 400 ห้อง และมีการขายให้คนต่างชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการผ่อนดาวน์ และหากมีคำสั่งศาลปกครองถึงที่สุด และให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ นส.3 ผู้เสียหายคือคนต่างชาติ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะมีฟ้องร้องรัฐ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชย ซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ถามว่าคนไทยทั้งประเทศจะยอมหรือ” นายสิระ กล่าวด้วยว่า หากผลการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นโยจังหวัดนั้น พบว่ามีความผิด ได้เสนอผู้ว่าฯ ขอให้มีคำสั่งให้นายกเทศมนตรีฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้ย้ายผู้อำนวยการกองช่างฯ ออกจากพื้นที่ทันที รวมทั้งจะไปแจ้งกับยัง ปปช.ให้ตรวจสอบการทำงานของนายกฯ และ ผู้อำนวยการกองช่างฯ ที่ปล่อยปละละเลย หรือเข้าข่ายละเว้นหรือไม่ รวมทั้งยื่นเรื่องให้ ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สินของข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ขณะที่นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน กล่าวชี้แจงว่า การอนุญาตก่อสร้างโครงการดังกล่าวนั้น เทศบาลตำบลกะรนได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากมีการยื่นเอกสารต่างๆ มาอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งได้ขอให้ทางนิติกรชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม แต่นายสิระ ได้ตั้งคำถามเพิ่มว่า กรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการดังกล่าวนั้น และใบอนุญาตหมดอายุ นายกฯทราบเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งนายกเทศมนตรีตำบลกะรน ชี้แจงว่า เทศบาลฯ ได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างไปแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ไม่เกิดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยนายสิระฯ ได้สวนกลับ ว่า เพราะรู้ว่าตนและคณะจะลงมาพื้นที่ใช่ไหม ซึ่งนายทวี ได้โต้กลับไปว่า ไม่ใช่ เนื่องจากเทศบาลฯ ได้รับการร้องเรียนเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจริง จึงได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว และให้ทางโครงการไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้านตามมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ทางโครงการดำเนินการอยู่ นายทวี กล่าวต่อว่า ตัวเองเป็นคนกะรน และอยู่ในพื้นที่มามากว่า 70 ปีแล้ว ทราบดีว่าปัญหาน้ำท่วมที่บริเวณหาดกะตะน้อยนั้น ที่ผ่านมาก็มีปัญหามาโดยตลอด ก่อนที่จะมีโครงการ และหลังจากมีโครงการก็อาจจะมีในเรื่องของดินไหลลงมาด้วย ซึ่งสั่งการให้แก้ไขแล้ว แต่สาเหตุอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมขัง คลองบางรักซึ่งเป็นคลองสาธารณะถูกออกเอกสารสิทธิทับ และมีการถมจนน้ำไม่มีทางไป จนเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น นอกจากนี้นายสิระ ยังได้สอบถามถึงใบอนุญาตที่หมดอายุแล้วแต่ทำไมยังให้ก่อสร้างอยู่ ซึ่งนายทวีได้ชี้แจงว่า การออกใบอนุญาตเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และสามารถที่จะต่อได้อัตโนมัติ ยืนยันว่าดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และที่ดินแปลงนี้ ทางเจ้าพนักงานที่ดินได้ยืนยันว่า ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องที่ศาลปกครอง ซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิยังคงมีสิทธิจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะชี้ชัด ดังนั้นเทศบาลฯ จึงต้องต่อใบอนุญาตให้ หากไม่ต่อใบอนุญาตก็จะถูกเจ้าของที่ดินฟ้องร้องได้ และ เทศบาลฯ จะเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าฟ้องร้อง ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างเราก็ทำด้วยความระมัดระวังเช่นกัน ทุกขั้นตอนมีการหารือกับนิติกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   อย่างไรก็ตามขณะที่นายสิระ กำลังสอบถามนายทวี ทองแช่ม ในประเด็นต่างๆ ที่ยังสงสัย จะมีการใช้น้ำเสียงที่ค่อนข้างดังและพยายามจี้ให้ตอบในประเด็นต่าง ๆ ทั้งเรื่องใบอนุญาต ใบอนุญาตหมดอายุ นส 3 ก.อนุญาตให้ก่อสร้างคอนโดฯได้อย่างไร ทั้งที่โฉนดที่ดินยังไม่ออก และอีกหลายๆ เรื่อง จนทำให้เกิดการโต้เถียงกันขึ้น และในระหว่างนั้นก็มีทางรองนายกฯ และสมาชิกสภาฯ มาร่วมชี้แจงด้วย และแสดงอาการไม่พอใจกับพฤติกรรมของนายสิระ ด้วยมองว่า มีลักษณะเหมือนข่มเหงนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งๆ ที่ก็เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งมาเหมือนกัน เพียงแต่คนละสนามเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบลำรางที่ถูกถมซึ่งอยู่ด้านข้างโรงแรมแห่งหนึ่งด้วย ที่มา:มติชนออนไลน์ ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/general/news-362047

จำนวนผู้อ่าน: 16

20 สิงหาคม 2019

สาระน่ารู้