Easy Maintenance
Report Application

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Smart Fix ได้ที่

Application Features

Application ที่ช่วยให้งานซ่อมของคุณง่ายขึ้น รองรับการให้บริการครบทุกหมวดงาน smartfix ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือช่วยแจ้งซ่อมเท่านั้น แต่เรายังมีทีมช่างและผู้รับเหมาของเราเอง ทั่วประเทศ และทีมเจ้าหน้าที่คอยรับแจ้งซ่อม วิเคราะห์ ตรวจสอบ และแจ้งดำเนินการ อย่างรวดเร็ว และเป็นระบบ

ให้บริการครอบคลุมทุกหมวดงาน

ตู้จ่ายน้ำมันและแก๊ส

แจ้งซ่อมปัญหาสำหรับอุปกรณ์ประเภท ตู้จ่ายน้ำมันและแก๊ส

โครงสร้าง

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับงานประเภทโครงสร้าง อาคารคลุมปั้ม อาคารสำนักงาน และ อื่นๆ

ระบบไฟ

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับ ไฟฟ้าเมนหลัก ไฟฟ้าอาคารคลุมปั๊ม ระบบไฟตู้จ่าย ระบบไฟป้าย และอื่นๆ

ป้าย

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับ ป้ายบอกชนิดน้ำมัน ป้ายทางเข้า - ออก ป้ายโฆษณา และ อื่นๆ

ระบบน้ำ

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำ ระบบประปาอาคารสำนักงาน ระบบประปาห้องน้ำ และอื่นๆ

ท่อและถัง

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบท่อและถัง ระบบถัง LPG ระบบท่อแกีส LPG ระบบถังน้ำมัน

งานซ่อมอื่นๆ

แจ้งปัญหาในงานด้านอื่นๆ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่อง ตรวจสอบ และดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว

ข่าวประชาสัมพันธ์

7 ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่” ที่สุดทางการเมืองในรอบ 2 ปี 6 เดือน

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ก็จะได้ทราบชะตากรรมของ “พรรคอนาคตใหม่” ในคดีแรก โดยศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี นุรักษ์ มาประณีต เป็นประธาน จะออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย กรณีที่ “ณฐพร โตประยูร” ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค ข้อหาที่หัวหน้าพรรค – กรรมการบริหารพรรค มีการกระทำล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ชาวอนาคตใหม่เรียกว่า “คดีอิลลูมินาติ” และยังมีอีก 1 คดี ที่ “จ่อคอหอย” รอยุบ – ไม่ยุบพรรค อยู่คือ คดีเงินกู้ 191 ล้านบาท ที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้เงินไปใช้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตีความว่าเข้าข่าย “นิติกรรมอำพราง” สำหรับความเคลื่อนไหวของ “พรรคอนาคตใหม่” แกนนำทั้งหมดจะประจำการอยู่ที่พรรค รอฟังคำวินิจฉัยของ 9 ตุลาการ ไม่ไปปรากฏตัวที่ศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่า “อนาคต” ของ “พรรคอนาคตใหม่” จ่อปากเหว แต่ต้องยอมรับว่า “พรรคส้มหวาน” พรรคนี้สร้างปรากฏการณ์ – สีสันทางการเมืองใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย นับตั้งแต่เปิดตัวพรรค 15 มี.ค.2561 จากบรรทัดนี้ไปคือ 7 ที่สุดของ “อนาคตใหม่”   1.กระแสแรงที่สุด หลังการเปิดตัว 15 มี.ค.2561 ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พรรคอนาคตใหม่” สามารถเรียก “เรตติ้ง” จากบรรดา “ติ่ง” วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ กระตุ้นให้ดึงโลกโซเชียลมาเป็นจุดขาย ผลิตแฮชแทคทางโซเชียลมีเดียมากมาย Disrupt พรรคการเมืองเก่าในสารบบ ให้ปรับตัวชูแคมเปญเน้น “คนรุ่นใหม่” ตามหลังอนาคตใหม่กันเป็นแถว อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็น “จุดพลิก” ให้พรรคอนาคตใหม่ ทะยานได้ ส.ส.มากถึง 80 ที่นั่ง แม้เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก “ไกลก้อง ไวทยากร” นายทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคตั้งแต่วันแรก อธิบายปรากฏการณ์ #futurista ที่กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ทำพรรคและเพื่อนของเขา คว้าได้ถึง 80 ที่นั่ง ว่า ความนิยมของพรรคเกิดจาก 1.ตัวบุคคลน่าสนใจ โดยเฉพาะตัวนายธนาธร หัวหน้าพรรค เป็นหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งพูดยิ่งมีคนฟัง และความมุ่งมั่นของธนาธรออกมาจากอินเนอร์ ใครได้ฟังแค่ครั้งเดียวก็สนใจ 2.อุดมการณ์ ชัดเจนว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยกับการสืบทอดอำนาจ ในส่วนที่พบ แน่นอนคนบอกว่า เศรษฐกิจไม่ดี แต่การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นการพูดอ้อมๆ ว่าไม่เอาทหาร ไม่เอาเผด็จการอีกต่อไป ไม่อยากอยู่กับเผด็จการต้องการกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตย ส่วนอุดมการณ์ต้านรัฐประหารกระแทกใจคนรุ่นใหม่หรือไม่…คนรุ่นใหม่อาจจะไม่บอกว่าเผด็จการหรือประชาธิปไตยล้วนๆ แต่อยากจะหลุดจากสังคมที่ตีกรอบและกดเขาไว้ ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ทำอย่างนี้ไม่ได้ ต้องคิดแบบนี้ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ แน่นอนว่าคนรุ่นใหม่ บริโภคสื่อหลากหลาย ความคิดกว้างขวาง อยู่บนโลกดิจิทัลที่คนรุ่นก่อนหน้าเขา 20 ปี ก็ตามไม่ทันแล้ว 3.นโยบายที่ชัดเจน 4.กระแสโซเชียล #ฟ้ารักพ่อ มาจากเพจน้อง เป็นกลุ่มเพศหลากหลาย ซึ่งก็คือ New voter ที่อยากได้การเมืองแบบใหม่ ซึ่งกระแสฟ้ารักพ่อ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยน เพราะเป็นการ “ให้คำนิยาม” ของธนาธร ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ ทั้งการงาน สังคม ครอบครัว มีเสน่ห์ที่จะดึงดูดคนให้มาเสน่หา “ฟ้ารักพ่อเป็นตัวเร่ง ฟ้ารักพ่อถึงจะเกิดขึ้นแต่จะไม่ผลักเราให้มาถึงจุดนี้ได้ ถ้าเราไม่ทำพื้นฐานให้ดี หรือเป็นของจริงที่มีเนื้อหานโยบาย พูดชัดเจนเรื่องอุดมการณ์ มีวิธีการทำงานในพื้นที่เครือข่ายจริง เมื่อกระแสผลักก็เหมือนคลื่นที่ผลักแล้ว ถ้าเราฝึกโต้คลื่นมาดี มีทักษะโต้คลื่นที่ดี มีกระดานโต้คลื่นที่ดี ก็ทำให้เราไปข้างหน้า อยู่บนยอดคลื่นได้นาน ส่งให้อนาคตใหม่ทะยาน” 2.นโยบายก้าวหน้าที่สุด ในการประกาศนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง “ธนาธร” สร้างกระแสฮือฮา คิดแคมเปญ “คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก” ประกาศก้าวข้าม “รถไฟความเร็วสูง” แซงหน้าพรรคการเมืองอื่น ด้วยการเสนอ เทคโนโลยี “ไฮเปอร์ลูป (Hyperloop)” “ธนาธร” กล่าวเมื่อ 14 มี.ค.2562 ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.เพียง 10 วัน ว่า “ถือเป็นหนึ่งในหลายความเป็นไปได้ที่ทำให้เรามุ่งสู่เส้นทางใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เสนอนโยบายให้สร้างไฮเปอร์ลูปทันที แต่จะเสนอนโยบายตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไฮเปอร์ลูปทั้งหมด เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างอุตสาหกรรมไฮเปอร์ลูป” อย่างไรก็ตามหากพบว่าผลการศึกษาหรือการวิจัยพัฒนานั้นไม่สามารถทำได้จริง ก็ยังมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกมากมายที่ได้องค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีไฟฟ้า อวกาศ เกษตร คมนาคม ระบบการขึ้นรูปโลหะ ระบบปรับแรงดันอากาศ ฯลฯ แต่หากเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปประสบความสำเร็จ ไทยจะเป็นประเทศที่ขยับจากผู้ตามไปเป็นผู้นำ สามารถผลิตเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ได้ สามารถขยับที่ทางของประเทศไทยไปเป็นแนวหน้าของประเทศอุตสาหกรรมโลกได้ ตามแนวทาง Path-skipping Strategy และ Path-creating Strategy และนี่คือวิสัยทัศน์ของพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมประเทศไทยของพรรคอนาคตใหม่ ภายหลังการเลือกตั้ง 1 เม.ย.2562 ธนาธร – พรรคอนาคตใหม่ แม้กลายเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ก็ประกาศมอบผลการศึกษา Hyperloop ให้เป็นสมบัติสาธารณะ 3.ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากที่สุด ด้วยระบบเลือกตั้งแบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พรรคอนาคตใหม่” สามารถอาศัยกลไก จุดแข็งของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เนรมิตคะแนนเลือกตั้งทุกๆ 7 หมื่นคะแนนในระบบเขต จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่ง “พรรคอนาคตใหม่” ได้พลิกกระแสให้เป็นคะแนนโหวตในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ได้ถึง 6.3 ล้านคะแนน ส่งผลต่อยอด ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคที่ได้มากถึง 50 คน มากกว่าทุกพรรคที่ลงแข่งในสนามเลือกตั้ง เมื่อบวกกับ ส.ส.เขตที่ชนะเลือกตั้ง 30 คน ทำให้ได้ ส.ส.รวมกันถึงกัน 80 เสียง กลายเป็นพรรคอันดับ 3 บนกระดานการเมืองไทยทันที ผลักพรรคประชาธิปัตย์ – ภูมิใจไทย พรรคใหญ่ พรรคเก่าแก่ กลายเป็นพรรคขนาดกลาง อันดับ 3 และ 4 ทันที   4.สร้างกระแสดราม่าที่สุด หลังนำพลพรรค #futurista เข้าสู่สภาได้สำเร็จ เกิดกระแสดราม่ากับชาว ส.ส.อนาคตใหม่ หลายเรื่อง หลายเฉด ทั้งเรื่องการแต่งกายของ ส.ส.หญิง พรรคอนาคตใหม่ ที่นัดกันสวมชุดผ้าไทยซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองเข้าสภา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเวทีสภา กลายเป็นแคทวอล์ค เดินแบบ และถามถึงความเหมาะสม กลุ่มความหลากหลายทางเพศ พรรคอนาคตใหม่ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นายณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ และน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ยื่นหนังสือถึงนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาอนุญาตให้สามารถแต่งกายตามเพศวิถีได้ กระทั่ง 11 ก.ค.2562 ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับการแต่งกายในสภา เนื่องจากก่อนหน้านี้มีประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ ส.ส.หญิงพรรคอนาคตใหม่สวมชุดผ้าไทยซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองเข้าสภา ทำให้มีข้อถกเถียงกัน จึงต้องการให้มีการออกระเบียบการแต่งกายไว้ในข้อบังคับ เรื่องการแต่งกายของสภาผ่านมา 87 ปี ไม่มีปัญหา ใช้มาตรฐานทั่วไป แต่มีข้อบังคับข้อหนึ่งบอกว่านอกจากชุดสากล ยังอนุญาตให้ประธานสภาฯ กำหนดชุดอื่นได้ แต่ก็ไม่ต้องเคร่งครัดว่าต้องสากลทุกคน อะไรที่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม ประธานก็จะอะลุ่มอล่วยอยู่แล้ว แต่ขอให้เป็นเรื่องภายในหลังจากนี้ ใจของตนในฐานะที่อยู่กับข้อบังคับการประชุมมานาน ไม่อยากเห็นข้อบังคับที่ยาวเกินไป นอกจากดราม่า “การแต่งตัว” ยังมี ดราม่าเรื่อง “พรรคแตก” เป็นประปราย อย่างกรณี ที่พรรคอนาคตใหม่ มีคำสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการเครือข่ายเยาวชน-คนรุ่นใหม่ (New Gen Network – NGN) ยุติการปฏิบัติหน้าที่ทั้งคณะ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการเครือข่ายเยาวชน-คนรุ่นใหม่ ใช้จ่ายงบประมาณในทางที่ไม่เหมาะสม กระทั่งกลายเป็นเรื่องดราม่า “วิภาพรรณ วงษ์สว่าง” หรือ นานา คือ 1 ใน 26 ผู้ก่อตั้งพรรค แกนนำกลุ่ม NGN ตอบโต้เรื่องดังกล่าวในโซเชียลมีเดียจนไฟลุก   5.มีคดีติดตัวเยอะที่สุด 25 คดี ย้อนกลับไป เมื่อ 6 ต.ค.2562 “ธนาธร” กล่าวระหว่างงาน จัดกิจกรรม ”มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง” ว่า “ผมเพิ่งรู้ว่าเป็นคนเลวแค่ไหนก็ตอนตั้งพรรคนี่ละ แต่ผมคิดว่าคนที่อยู่ที่นี่น่าจะเข้าใจ เพราะสิ่งที่เราพยายามทำคือการท้าทายอำนาจ และระบอบที่ไม่เป็นธรรม ฉะนั้นไม่แปลกใจที่ระบอบนี้พยายามจะล้มเรา เพราะหมายความว่าการมีเราอยู่ทำให้พวกเขาสั่นคลอน และจำเป็นต้องจัดการกับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกคนดีที่เกิดขึ้นเกิดจากแรงจูงใจที่จะทำลายกันทางการเมือง มากกว่าที่จะอาผิดตามตัวบทกฎหมาย” ผ่านมาเดือนเศษ ขณะที่บนเวที “อยู่ไม่เป็น” ที่จัดโดยอนาคตใหม่ เมื่อ 16 พ.ย.2562 “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค กล่าวตอนหนึ่งถึงคดีความของพรรคว่ามี 25 คดี “เรื่องเปลี่ยนไป หลัง 24 มี.ค.2562 ผลการเลือกตั้งออกมา 6.3 แสนเสียง ได้ ส.ส. 89 คน แต่โดนขโมยไปเหลือ 81 เสียง ได้แรงสนับสนุนจากคนทุกกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นำมาสู่คดีความ จนบัดนี้ทะลุยอด 25 คดีแล้ว หลังเลือกตั้งเร่งเหลือเกินอย่างน่าผิดสังเกต นักร้องเต็มประเทศไทย บางเรื่องอยู่ในชั้นตำรวจ อยู่ใน กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ดีๆ มีเพจแปลกใหม่ๆ เกิดขึ้นและพูดความเท็จปนจริงทำลายล้างอนาคตใหม่” ดังนั้น เปิดบัญชีแนบท้ายคดีสำคัญของอนาคตใหม่ ที่มีการร้องและมีความคืบหน้าของคดี อาทิ คดีที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ถูกแจ้งข้อหาในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเผยแพร่-ส่งต่อภาพ-ข้อความ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ดื่มกาแฟในราคาแก้วละ 12,000 บาท รวมเป็นยอดเงินกว่า 80,000 บาท อยู่ในชั้นอัยการ คดีที่นายปิยบุตร แถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นการดูหมิ่นศาล คดีที่ “ธนาธร” ให้พรรคกู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญให้ส่งเอกสารชี้แจง คดีที่ “ธนาธร” ต้องพ้นจาก ส.ส.เพราะถือหุ้นบริษัท วี- ลัคมีเดีย ซึ่งเข้าข่ายบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อ คดีที่ “ธนาธร” และพวก โดนแจ้งข้อหาคดีอาญา กรณีการชุมนุมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ช่วงเย็นวันที่ 14 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา และยังมีอีกหลายคดีที่ยังไม่มีความคืบหน้า…. “ปิยบุตร” กล่าวเพิ่มเติมนอกเวที “อยู่ไม่เป็น” ว่า “คดีของพรรคเกิน 2 หลัก จนนับไม่ถ้วน แต่ยากที่จะทำให้สังคมเข้าใจ คือ ไม่มีคดีที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรค เหตุแห่งการยุบพรรคคืออะไรต้องไปดู อยากชวนให้เปิดกฎหมายดู อย่าใช้ความเชื่อ ใช้กระแสสื่อ ที่ผ่านมาเป็นความเชื่อกับกระแสสื่อ ผมถามกลับไปหลายครั้ง ตกลงเชื่อว่าอนาคตใหม่โดนยุบเพราะพวกเราทำผิด หรือไปต่อต้านบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบัน” “แสดงว่าคิดว่าอนาคตใหม่โดนยุบทุกคน ถ้าคิดจากอดีตใครแหลมโดนยุบ จึงอยากถามง่ายๆ ว่า อนาคตใหม่ทำผิดจริงหรือเราแหลมถึงโดนยุบ” 6.สร้างญัตติสาธารณะได้แหลมคมที่สุด ก็เพราะวาระ “แหลมคม” ที่สุด หลังทำงานในสภาผู้แทนราษฎร คือกรณีที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 70 เสียง ลงมติโหวตไม่รับร่างกับพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ 2562 เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2562 อันเป็นไปตามมติของพรรค นำมาสู่การปรากฏตัวของ “งูเห่า” อนาคตใหม่เป็นครั้งแรก 4 คน คือ กลุ่มที่โหวต “เห็นชอบ” คือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ ส่วนคนที่งดออกเสียง “น.ส.ศรีนวล บุญลือ” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ และกลายเป็น “วิกฤต” แพแตก 10 วันถัดมา นายนิพนธ์ แจ่มจำรัส อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 2 พรรคอนาคตใหม่ พร้อมอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 30 คน และสมาชิกพรรคกว่า 90 คน ทยอยเข้ายื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง 7. มีปรากฏการณ์ “งูเห่าการเมือง” จำนวนมากที่สุด และหลังจาก “แพแตก” ก็พัฒนามาเป็น “งูเห่า” เมื่อ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ ประกอบด้วย น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ถูกพรรคมีมติขับออก บัดนี้ น.ส.กวินนาถ และ นายจารึก ไปเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท น.ส.ศรีนวล เข้าบ้านภูมิใจไทยไปเรียบร้อย ส่วน พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ก็ไปสวมเสื้อคลุมของพรรคพลังประชารัฐ นี่คือ 7 ที่สุด พรรคอนาคตใหม่ ในรอบ 2 ปี 10 เดือน ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/politics/news-412771

จำนวนผู้อ่าน: 16

21 มกราคม 2020

‘รถไฟฟ้าสายสีทอง’ เปิดทดลองนั่ง มิ.ย. 63 ‘ไอคอนสยาม’ เร่งเฟส 2

รถไฟฟ้าสายสีทองคืบหน้า 60% ขบวนถึงไทย ก.พ.-มี.ค.นี้ ตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนร่วมทดลองเดินรถ มิ.ย.ก่อนเก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย ราคาที่ดินติดเจ้าพระยาพุ่งวาละ 5 แสนบาท “ไอคอนสยาม” ทุ่ม 4 พันล้าน ลุยเฟส 2 ผุดโรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดปี’64 เพิ่มมูลค่าตึกแถวสูงลิ่ว ประกาศขาย 3 คูหา 130 ล้าน เจ้าสัวเจริญนำที่ดินโกดังเป๊ปซี่เก่า 10 ไร่ ปล่อยเช่าจัดอีเวนต์ ถ่ายโฆษณา นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือ KT เปิดผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีทอง เฟสแรก จากกรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน ระยะทาง 1.7 กม. งานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วกว่า 60% ยังล่าช้าจากแผนงานประมาณ 13% รถไฟฟ้ามาถึงไทย ก.พ.นี้ ส่วนขบวนรถที่จ้าง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) เป็นผู้ติดตั้งระบบ และจัดหารถไฟฟ้า พร้อมรับจ้างเดินรถให้เป็นระยะเวลา 30 ปี แจ้งว่าจะมาถึงประเทศไทยปลายเดือน ก.พ. ถึงต้น มี.ค.นี้ เป็นระบบรถไฟฟ้าของบอมบาร์ดิเอร์ รุ่นอินโนวา 300 จำนวน 2 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ รวม 6 ตู้ เป็นระบบขนส่งมวลชนนำทางอัตโนมัติ (AGT) ระบบล้อยาง ควบคุมการเดินรถด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบไร้คนขับ ซึ่งรถ 1 ตู้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 80-100 คน และต่อพ่วงได้ถึง 6 ตู้ วิ่งด้วยความเร็ว 3 นาทีต่อขบวน จากนั้นในเดือน เม.ย.เริ่มทำการทดสอบ จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน แต่ตั้งเป้าจะเปิดให้ประชาชนร่วมใช้บริการในช่วงทดสอบเสมือนจริงในเดือน มิ.ย. นี้ เร็วขึ้นจากแผนงานที่จะเปิดให้บริการในเดือน ต.ค. 2563 มี 3 สถานี ได้แก่ 1. สถานีกรุงธนบุรี เชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส 2. สถานีเจริญนคร (ไอคอนสยาม) อยู่บริเวณเจริญนคร 6 บริเวณสะพานข้ามคลองวัดทองเพลง 3. สถานีคลองสาน อยู่เยื้องกับโรงพยาบาลตากสิน มีทางเดินหรือ sky walk เดินทางเข้าสู่โรงพยาบาลตากสินได้ และจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า คืบหน้า 60% – งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองจากบีทีเอสกรุงธนบุรี-คลองสาน ขณะนี้งานโยธามีผลงานคืบหน้าเกินครึ่งทางแล้ว เตรียมทดสอบระบบรถ เม.ย.นี้ ปัจจุบันมีการพัฒนารองรับการเปิดบริการคึกคัก ทั้งไอคอนสยามที่กำลังสร้างเฟส 2 ฝั่งตรงข้าม และที่ดินโกดังเป๊ปซี่เก่าของเจ้าสัวเจริญที่ซื้อไปเมื่อปี 2557 ปัจจุบันยังไม่ได้พัฒนา แต่เปิดให้เช่ารายวันเพื่อสร้างรายได้ ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย จะเก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย แต่ใช้ร่วมกับระบบบีทีเอสที่สถานีกรุงธนบุรี จะต้องเสียค่าแรกเข้าระบบ 16 บาท คาดว่าเปิดบริการจะมีผู้โดยสารอยู่ที่ 47,300 เที่ยวคนต่อวัน เนื่องจากย่านนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำ เช่น ไอคอนสยาม, ล้ง 1919 อนาคตจะมีหอชมเมืองอยู่ใกล้กับไอคอนสยาม และสถานีรถไฟฟ้า จะเป็นตึกสูงที่สุดและเป็นแลนด์มาร์กใหม่ จะทำให้คนมาใช้บริการจำนวนมาก “งานก่อสร้างที่ล่าช้าเป็นเพราะติดรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว จะเร่งการก่อสร้างให้เร็วขึ้นเพื่อให้เปิดบริการได้ตามแผน เพื่อช่วยบรรเทาการจรจรบนถนนเจริญนคร” สำหรับแนวเส้นทางจะต่อเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสกรุงธนบุรี ไปตามแนวถนนกรุงธนบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามแนวถนนเจริญนคร ถนนเจริญรัถ ผ่านแยกคลองสานไปสิ้นสุดที่ถนนสมเด็จเจ้าพระยาที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลตากสิน คอนโดฯหรูเพียบ “ประชาชาติธุรกิจ” ลงสำรวจพื้นที่พบว่า ตลอดแนวเส้นทางยังเป็นตึกแถวเก่า มีการประกาศขายและเช่าอยู่ประปราย มีโรงแรมเพนนินซูล่า ขณะที่การลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมยังมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวอยู่ตรงสถานีกรุงธนบุรีของรถไฟฟ้าบีทีเอส เช่น บมจ.ศุภาลัยซื้อที่ดิน 5 ไร่ ติดถนนเจริญนคร ทำเลติดสถานีคลองสาน พัฒนาคอนโดฯ “ศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร” มูลค่า 2,800 ล้านบาท เป็นอาคารพักอาศัยสูง 26 ชั้น 1 อาคาร มีห้องชุดพักอาศัย 578 ยูนิต โครงการ “เดอะริเวอร์ เจริญนคร” จาก บมจ.ไรมอนแลนด์ เป็นคอนโดฯสูง 41 และ 71 ชั้น 2 อาคาร และอาคารร้านค้า 1 อาคาร ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 95,000-420,000 บาท/ตร.ม. บมจ.เนอวานา ไดอิ ร่วมกับบันยันทรีกรุ๊ป เชนโรงแรมระดับโลก พัฒนาคอนโดฯระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ” บนที่ดิน 5 ไร่ บนถนนเจริญนคร 130 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท โครงการ “เดอะ ไลท์เฮ้าส์” ของ บมจ.รสา พร็อพเพอร์นี้ ดีเวลลอปเมนท์ เป็นคอนโดฯสูง 30 ชั้น 1 อาคาร 322 ยูนิต สร้างเสร็จปี 2553 และเป็นคอนโดฯหรูแห่งแรกของย่านสาทร-เจริญนคร ที่ดินพุ่งวาละ 5 แสน นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บจ.ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2560 ในแนวถนนเจริญนคร มีคอนโดฯเปิดขายใหม่ 1,236 ยูนิต จากมีสะสมในพื้นที่ 4,488 ยูนิต ปัจจุบันมีการขายไปแล้ว 88% และปี 2563 คาดว่าจะมีเปิดขายใหม่หลายโครงการในพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีทอง หลังสร้างคืบหน้าไปมาก “ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องช่วงหลายปีที่ผ่านมา จาก 300,000 บาทต่อตารางวา สำหรับที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 500,000 บาทต่อตารางวา ถ้าเป็นที่ดินไกลจากแม่น้ำก็ไม่ต่ำกว่า 300,000 บาทต่อตารางวา” ทุ่ม 4 พัน ล.ขึ้นไอคอนสยาม เฟส 2 ขณะที่โดยรอบ “ศูนย์การค้าไอคอนสยาม” ซึ่งมีสถานีจอดประชิดอยู่หน้าห้าง นอกจากจะทุ่มกว่า 5 หมื่นล้านบาท เนรมิตพื้นที่ 50 ไร่ ให้ครบครันทั้งศูนย์การค้า โรงแรม 5 ดาว คอนโดฯหรู ศูนย์ประชุมแล้ว ทางกลุ่มสยามพิวรรธน์ได้ลงทุนลุยก่อสร้าง “ไอคอนสยาม เฟส 2” บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ อยู่ฝั่งตรงข้ามติดกับสถานี จะสร้างเสร็จในปี 2564 ใช้เงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โรงแรมฮิลตัน การ์เดน อินน์ กรุงเทพฯ ในเครือฮิลตัน มีห้องพัก 244 ห้อง ห้องอาหารรูฟท็อปบาร์ ห้องประชุม สระว่ายนํ้า ฟิตเนสเซ็นเตอร์, โคเวิร์กกิ้งสเปซ, ร้านค้า และซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น ขายตึกแถว 76 ตร.ว. 130 ล้าน ขณะที่ฝั่งตรงข้ามมีตึกแถวเก่าเรียงรายอยู่หลายคูหา ทั้งนี้ มีตึกแถว 4 ชั้นครึ่ง จำนวน 3 คูหา ปัจจุบันเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ทางเจ้าของประกาศขายพร้อมที่ดิน 37 ตารางวา อยู่ด้านหลัง รวมเป็น 76 ตารางวา ในราคา 130 ล้านบาท ส่วนทางด้านข้างไม่ไกลจากไอคอนสยามมาก จะมีโครงการ “คลองสานพลาซ่า” ที่ปัจจุบันเป็นพื้นที่ให้เช่าทำตลาด เจ้าสัวเจริญให้เช่าที่ดินทำอีเวนต์ ทั้งนี้จากการสำรวจยังพบว่า ที่ดินโกดังเป๊ปซี่เก่า เนื้อที่ 10 ไร่ ของบริษัท เสริมสุข จำกัด อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และติดถนนเจริญนคร ซอย 15 อยู่ห่างจากสถานีเจริญนคร ของรถไฟฟ้าสายสีทอง ประมาณ 400-500 เมตร ที่เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ชนะประมูลซื้อมาด้วยวงเงิน 1,809 ล้านบาท ไปเมื่อปี 2557 ล่าสุดยังไม่มีการพัฒนาแต่อย่างใด และได้มีการนำที่ดินแปลงดังกล่าวติดป้ายประกาศให้เช่าระยะสั้น มีบริษัท โกลเด้นท์ เวลธ์ จำกัด ในเครือทีซีซี กรุ๊ป ซึ่งดำเนินธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้ดำเนินการปล่อยเช่า เพื่อจัดงานอีเวนต์ คิดค่าเช่าอยู่ที่ 280,000 บาทต่อวัน และถ่ายทำโฆษณา คิดค่าเช่าอยู่ที่ 100,000 บาทต่อวัน ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/property/news-412724

จำนวนผู้อ่าน: 13

21 มกราคม 2020

แบงก์ชาติผ่อนเกณฑ์ LTV ยกเลิกคุมบ้านหลังแรก-หลังที่สอง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 มกราคม 2563 ที่กระทรวงการคลัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ “รองนายกรัฐมนตรี สั่งการและกำชับกับทุกหน่วยงาน ให้เร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำลายอุปสรรคในการทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าให้คล่องตัวมากขึ้น คาดว่าจะมีมาตรการหลายอย่างออกมาใน 1-2 วันนี้” แหล่งข่าวจากที่ประชุมระบุ นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้พิจารณาปรับปรุงมาตรการ Loan to Value Ratio (LTV) เพื่อช่วยสนับสนุนให้ประชาชาชนได้มีบ้านเป็นของตนเอง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 20 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป ดังนี้ บ้านหลังแรก – สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ยังคงเพดาน LTV 100% สำหรับสินเชื่อบ้าน – ผู้กู้สามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% ของมูลค่าหลักประกันสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัยจริง เช่น ซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือ การตกแต่งบ้าน ซึ่งหนี้ส่วนนี้เมื่อกลายเป็นหนี้ที่มีบ้านเป็นหลักประกันจะมีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการกู้แบบไม่มีหลักประกัน – สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป กำหนดให้วางเงินดาวน์น้อยลงจากเดิม 20% เป็น 10% บ้านหลังที่สอง – ผ่อนเกณฑ์ให้การกู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 ที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ 10% หากผ่อนชำระสัญญาที่ 1 มาแล้วอย่างน้อย 2 ปี จากเดิมกำหนด 3 ปี – ยังไม่ยกเลิกเพดาน LTV สำหรับการกู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 เพราะพบข้อมูลว่า มากกว่าครึ่งของผู้กู้ที่ซื้ออาคารชุด 2 หลังพร้อมกันมีระยะห่างระหว่างการกู้สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 2 ไม่ถึง 1 ปี สะท้อนว่าเป็นการกู้เพื่อเก็งกำไรมากกว่าเพื่ออยู่อาศัยจริง – ปรับหลักเกณฑ์เงินกองทุนให้กับผู้กู้กลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจริง เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ธปท. ยังได้ปรับหลักเกณฑ์เงินกองทุนที่ต้องดำรงสำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และการกู้สร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระ เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้กู้กลุ่มดังกล่าวมากขึ้น นายรณดล เปิดเผยด้วยว่า ข้อมูลจากรายงานการประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทยประจำปี 2562 ชี้ว่าระบบการเงินไทยโดยรวมยังมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมีความเสี่ยงสูงในระบบการเงินจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำนาน ซึ่งเอื้อต่อการสะสมความเปราะบางในด้านต่าง ๆ อาทิ ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs เช่นเดียวกับความเสี่ยงในระบบสหกรณ์ โดยเฉพาะจากสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มที่ขาดสภาพคล่อง เป็นต้น 10 คำตอบปัญหาการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/finance/news-412453  

จำนวนผู้อ่าน: 14

21 มกราคม 2020

สาระน่ารู้