Easy Maintenance
Report Application

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Smart Fix ได้ที่

Application Features

Application ที่ช่วยให้งานซ่อมของคุณง่ายขึ้น รองรับการให้บริการครบทุกหมวดงาน smartfix ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือช่วยแจ้งซ่อมเท่านั้น แต่เรายังมีทีมช่างและผู้รับเหมาของเราเอง ทั่วประเทศ และทีมเจ้าหน้าที่คอยรับแจ้งซ่อม วิเคราะห์ ตรวจสอบ และแจ้งดำเนินการ อย่างรวดเร็ว และเป็นระบบ

ให้บริการครอบคลุมทุกหมวดงาน

ตู้จ่ายน้ำมันและแก๊ส

แจ้งซ่อมปัญหาสำหรับอุปกรณ์ประเภท ตู้จ่ายน้ำมันและแก๊ส

โครงสร้าง

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับงานประเภทโครงสร้าง อาคารคลุมปั้ม อาคารสำนักงาน และ อื่นๆ

ระบบไฟ

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับ ไฟฟ้าเมนหลัก ไฟฟ้าอาคารคลุมปั๊ม ระบบไฟตู้จ่าย ระบบไฟป้าย และอื่นๆ

ป้าย

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับ ป้ายบอกชนิดน้ำมัน ป้ายทางเข้า - ออก ป้ายโฆษณา และ อื่นๆ

ระบบน้ำ

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำ ระบบประปาอาคารสำนักงาน ระบบประปาห้องน้ำ และอื่นๆ

ท่อและถัง

แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบท่อและถัง ระบบถัง LPG ระบบท่อแกีส LPG ระบบถังน้ำมัน

งานซ่อมอื่นๆ

แจ้งปัญหาในงานด้านอื่นๆ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่อง ตรวจสอบ และดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว

ข่าวประชาสัมพันธ์

โบรกฯ หวั่น IMF ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจกระทบดัชนีหุ้นอ่อนตัว

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 21 ต.ค.62 ว่า เรามีมุมมองเป็นกลางคาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) แกว่งตัว 1,625 – 1,640 จุด แม้ว่าภาวะตลาดจะได้ปัจจัยบวกจากงบประมาณปี 2563 วาระแรกผ่านสภาฯ ด้วย 251 คะแนน อย่างไรก็ตาม ประเด็นลบจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์จีดีพีโลกปีนี้ลงต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ระดับ 3.0% (จากเดิม 3.2%) จากผลกระทบสงครามการค้า สถานการณ์เบร็กซิต (Brexit) ที่ยังยืดเยื้อซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะต้องส่งหนังสือถึงอียูเพื่อขอเลื่อนเบร็กซิตออกไปอีก 3 เดือน นอกจากนี้กระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังคงไหลออกต่อเนื่อง โดยขายสุทธิ (Net sell) 6.6 พันล้านบาท ตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบัน (MTD) รวมถึงความกังวลผลประกอบการไตรมาส 3/62 ของกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะอ่อนตัวลงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) จะกดดันให้ดัชนีอ่อนตัวลง ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 3/62 จะเติบโต ได้แก่ GPSC, BGRIM, EA, ADVANC, BCH, CHG, EPG, TASCO ,PRM, JMT, JMART และ BGC รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ ได้แก่ MTC และ SAWAD ที่ได้ประโยชน์ต้นทุนลดลงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง และกลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive Stock) AOT, INTUCH, ADVANC, BEM, BTS, BDMS, BCH, CHG, GPSC, TTW และ CPALL ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/finance/news-382589

จำนวนผู้อ่าน: 19

21 ตุลาคม 2019

“ซีไอเอ็มบี” ตั้ง “อดิศร เสริมชัยวงศ์” เป็นเอ็มดีใหม่มีผล 19 ต.ค.62

“ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย” แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้ง “อดิศร เสริมชัยวงศ์” เป็นกรรรมการผู้จัดการใหญ่-ประธานเจ้าหน้าที่บริการ แทน “กิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ” ที่ครบวาระ มีผลตั้งแต่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (CIMBT) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารในวันที่ 18 ตุลาคม 2562 นั้น คณะกรรมการธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ในการประชุมครั้งที่ 8/2562 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ไม่รวมถึงตำแหน่งกรรมการ) แทนนายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ โดยธนาคารได้ยื่นขอความเห็นชอบการแต่งตั้งนายอดิศร เสริมชัยวงศ์ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ธปท.ได้อนุมัติตามที่ธนาคารยื่นเรื่องขอ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/finance/news-382585

จำนวนผู้อ่าน: 14

21 ตุลาคม 2019

เงินบาท​แข็งโป๊กที่​ 30.28 บาท/ดอลลาร์​ เบร็กซิตไร้ข้อสรุป-จับตากำไร ​บจ.สหรัฐ

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ประธานนักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า​ ค่าเงินบาท​เปิดเช้าวันนี้​ (21​ ต.ค.)​ ที่ระดับ 30.28 บาทต่อ​ดอลลาร์สหรัฐ​ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.30 บาทต่อดอลลาร์​สหรัฐ โดย​กรอบเงินบาทวันนี้อยู่​ระหว่าง​ 30.25 ถึง 30.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ​ ส่วน​กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่​ที่​ 30.00 ถึง 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ​ โดย​ปัจจัย​ล่าสุด นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยื่นจดหมายบขอเลื่อนการพิจารณาข้อตกลง Brexit ระหว่างสหราชอาณาจักร (UK) กับสหภาพยุโรป (EU) ออกไปถึงวันที่ 31 มกราคมปีหน้าส่งผลให้ความไม่แน่นอนเรื่อง Brexit จะกลับมากดดันเงินปอนด์อีกครั้ง โดยเชื่อว่าจุดสูงสุดของเงินปอนด์ครั้งนี้จะเป็นแนวต้านใหม่ ขณะที่ในระยะยาว ข้อตกลงล่าสุดที่ทาง UK และ EU กำลังต่อรองอยู่ ถือว่าไม่ดีกับเศรษฐกิจ ขณะที่หลายบริษัทในอังกฤษก็เข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกัน ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ในวันที่ 24 ตุลาคม เป็นครั้งสุดท้ายของนายมาริโอ ดรากี้ โดยรวม เชื่อว่า ECB จะ “คง”นโยบายการเงินทั้งหมดในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่า ECB จะไม่ใช้เพียงนโยบายการเงิน แต่จะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรปด้วยนโยบายทางการคลังระหว่างประเทศ นอกจากนั้น ระหว่างสัปดาห์ก็ต้องระวังการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา แม้กำไรส่วนใหญ่จะออกมาดีกวาคาดแต่กลับเป็นการกดดันให้ตลาดปรับฐาน เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรเมื่อดัชนี S&P500 เข้าใกล้จุดสูงสุดเก่า ด​ร.จิ​ติ​พล​ กล่าว​อีกว่า​ ส่วนของเงินบาท ช่วงสั้นมีแรงขายจากผู้ค้าต่างประเทศกลับมากดดัน เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนโยบายที่คาดว่าจะใช้ในการควบคุมความเคลื่อนไหว ขณะเดียวกันสกุลเงินเพื่อนบ้านก็เริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แล้ว “ในสัปดาห์นี้เรามองความผันผวนของตลาดทุนสหรัฐเป็นปัจจัยหลักที่จะกำหนดทิศทางเงินบาท ถ้าผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐยังแข็งแกร่ง ก็อาจเห็นดอลลาร์ทรงตัวได้พร้อมกับอัตรา​ผลตอบแทน​พันธบัตร​ (บอนด์ยีลด์)​ สหรัฐอายุ 10ปีที่จะไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับ 1.75% แต่ในทางกลับกัน ถ้าบริษัทเทคโนโลยีเริ่มแสดงให้เห็นถึงกำไรที่ชะลอตัว ก็อาจมี แรงเทขายดอลลาร์ตามมาเพราะความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะต้อง”ลด”ดอกเบี้ยทันทีในการประชุมสิ้นเดือนนี้” ด​ร.จิติพลกล่าว ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/finance/news-382573

จำนวนผู้อ่าน: 18

21 ตุลาคม 2019

สาระน่ารู้