กรุงเทพจ่อขยับฐานรายได้ขั้นต่ำผู้กู้บัตรเครดิต 2.5-3 หมื่นบาท ห่วงหนี้เสียเพิ่ม

โชค ณ ระนอง

แบงก์กรุงเทพ จ่อขยับรายได้ขั้นต่ำสมัครบัตรเครดิตเป็น 2.5-3 หมื่นบาทต่อเดือน จากปัจจุบันอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อเดือน เหตุเศรษฐกิจยังชะลอ-ห่วงกลุ่มหนี้ครัวเรือนสูง รับเอ็นพีแอลเพิ่มมาอยู่ที่ 2.6% จาก 2.15% พร้อมตั้งเป้า 5 ปี เล็งขยายบัตรร่วม “ศิริราช” เป็น 2 ล้านใบ จากปัจจุบัน 1.4 ล้านใบ

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจบัตรเครดิตในไตรมาสที่ 4 ยังคงชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับการท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมา และคาดว่าจะใช้เวลากว่า 12 เดือนจึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลต่อภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตและลูกค้าของธนาคาร โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต (Spending) ปัจจุบันลดลง 11-12% ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงล็อกดาวน์ที่ยอดปรับลดลง 16-17%

ขณะที่จำนวนยอดบัตรใหม่คาดสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 2 แสนใบ จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.8 แสนใบ จากฐานบัตรลูกค้ารวม 2.5 ล้านใบ อย่างไรก็ดี ธนาคารไม่มุ่งเน้นเพิ่มจำนวนบัตรใหม่ และธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาปรับฐานเงินเดือนขั้นต่ำผู้กู้เป็น 2.5-3 หมื่นบาทต่อเดือน จากปัจจุบันอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อเดือน ภายในปี 2564 เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่สูง จึงต้องระมัดระวังความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และหันไปเน้นหมวดการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค และการท่องเที่ยวในประเทศ

ส่วนแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีทิศทางเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.6% จากสิ้นปี 2562 อยู่ที่ 2.15% สำหรับความคืบหน้าลูกค้าที่เข้าโครงการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีจำนวน 3.5 หมื่นราย โดยส่วนใหญ่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ โดยมีลูกค้าเพียงประมาณ 20-25% ที่ยังต้องการความช่วยเหลือต่อ

โดยธนาคารมีมาตรการให้ความช่วนเหลือ เช่น การพักชำระหนี้ต่ออีก 3 เดือน การปรับโครงสร้างหนี้ผ่านวิธีการแปลงสินเชื่อระยะยาวเพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ย หรือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือต่ำสุด 12% จากธปท.กำหนดเพดานสูงสุดอยู่ที่ 16%

“ในระยะต่อไปธนาคารคงยังไม่เน้นที่จะเพิ่มจำนวนบัตรใหม่ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวย และน่าจะมีการปรับฐานรายได้ขั้นต่ำไปในกลุ่มรายได้ 25,000-30,000 บาทต่อเดือน”

ล่าสุด ธนาคารกรุงเทพสานต่อโครงการบัตรร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช อัพเกรดสิทธิประโยชน์ “บัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ทีพีเอ็น แรบบิท ศิริราช” ให้ฟรีประกันอุบัติเหตุ พร้อมค่ารักษาพยาบาล แตะจ่ายได้เหมือนบัตรแรบบิท ขณะที่ “บัตรเครดิตวีซ่า แพลทินัม ศิริราช” ให้ผ่อนจ่ายค่ารักษาค่ารักษา 0% นาน 3 เดือน พร้อมส่วนลด-คะแนนสะสมจัดเต็ม-ฟรีตรวจสุขภาพ

โดย บัตรร่วมทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว ถือเป็นผลิตภัณฑ์บัตรของธนาคารกรุงเทพที่เข้าใจและตอบโจทย์อินไซด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยที่ผ่านมาบัตรร่วมศิริราชนี้ ได้รับการตอบรับสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรรวมกว่า 1.4 ล้านราย และมียอดบริจาคของลูกค้าและเงินสมทบธนาคารแก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลรวมกว่า 275 ล้านบาทในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่าการต่อสัญญาในครั้งนี้จะช่วยสานต่อความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคมโดยรวมต่อไป โดยคาดหวังจะมีลูกค้าผู้ถือบัตรทั้ง 2 แบบเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านราย ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ธนาคารจึงได้จัดแคมเปญระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563- 20 มีนาคม 2564 เพื่อเชิญชวนผู้ถือบัตรเครดิตกรุงเทพแลกคะแนนสะสมแทนเงินบริจาคสมทบ “โครงการทุนวิจัยเพื่อผู้ป่วย” เพื่อสนับสนุนงานวิจัยเพื่อลดการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 โดยคะแนนสะสมทุก 1,000 คะแนน แทนเงินบริจาค 120 บาท และพิเศษหากใช้คะแนนจากบัตรเครดิตวีซ่า แพลทินัม ศิริราช ทุก 1,000 คะแนน แทนเงินบริจาค 200 บาท

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/finance/news-561001


จำนวนผู้อ่าน: 316

24 พฤศจิกายน 2020