แบงก์อัพเกรดโมบายแบงกิ้ง BBL-SCB ปรับใหญ่ชิงฐานลูกค้า

อัพเดตข้อมูลล่าสุด วันที่ 4 มกราคม 2565

แบงก์ใหญ่เร่งยกระดับ “โมบายแบงกิ้ง” กวาดฐานลูกค้า “ธนาคารกรุงเทพ” เตรียมออกแอปพลิเคชั่นใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าเวลท์ เน้นบริหารพอร์ตลงทุนครบวงจร พร้อมยกระดับ “mBanking” เป็นซูเปอร์แอป ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ 2-3 ล้านราย ฟาก “ไทยพาณิชย์” เร่งยกเครื่อง “SCB EASY” ดึง AI เป็นผู้ช่วยทำธุรกรรมการเงินดิจิทัล คาดเปิดตัวได้ครึ่งแรกปี’66 ด้าน “กรุงศรีฯ” เน้นต่อยอดนวัตกรรม-ขยายบริการ-เชื่อมต่อโครงข่ายทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารวางกลยุทธ์โมบายแบงกิ้งในปี 2565 นี้ โดยจะเน้นขยายฐานระบบอีโคซิสเต็มให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้สะดวก ซึ่งจะมีการเพิ่มฟีเจอร์ อาทิ การเปิดบัญชีออนไลน์ ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์มากขึ้น เช่น บัญชีเงินฝากประจำ หรือบัญชีกองทุน เป็นต้น

2.การโอนเงิน (remittance) จะเพิ่มรูปแบบการโอนเงินให้มีความหลากหลาย และหลายสกุลเงินมากขึ้น รวมถึงการชำระเงินด้วยต้นทุนที่ถูกลง โดยขยายฐานไปต่างประเทศ เช่น QR code เป็นต้น ซึ่งลูกค้าไม่ต้องแลก bank note รองรับการใช้จ่ายที่ไร้เงินสดมากขึ้น สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบชำระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

และ 3.ด้านการลงทุน หรือ wealth segment ภายในกลางปีนี้ ธนาคารจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ขึ้นมา ซึ่งจะแยกตัวออกจาก Bualuang mBanking เพื่อจะตอบสนองลูกค้า wealth โดยเฉพาะ ซึ่งภายในแอป ลูกค้าสามารถดูความเสี่ยง และจัดพอร์ตการลงทุนได้ด้วยตัวเอง รวมถึงจะมีการออกผลิตภัณฑ์และบริการต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะ

“เราจะยกระดับ mBanking เป็น ‘super application’ โดยทุกแอปจะถูกเชื่อมโยงกันและอยู่บนฐานลูกค้าดิจิทัลของธนาคาร เพราะหากเราเอาบริการไปอยู่บน mBanking ทั้งหมด จะทำให้อ้วนและหนัก เราจึงจะแยกแอปออกมา เพื่อให้บริการทางการเงิน เป็น beyond financial แต่ละเรื่อง ซึ่งจะเริ่มจากกลุ่มลูกค้า wealth กลางปีนี้ก่อน แต่ทุกอย่างยังคงเชื่อมกันหมด ทั้งลูกค้าทั่วไป ลูกค้าบัตรเครดิต ร้านค้า เพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปที่มุ่งไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น ทั้งนี้ ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าประมาณ 2-3 ล้านราย โดยสิ้นปี 2565 ฐานลูกค้าดิจิทัลแบงกิ้งจะอยู่ที่ 13 ล้านราย” นางปรัศนีกล่าว

ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking (SCB DBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในปีนี้ ทีม SCB DBANK จะร่วมกับบริษัท SCB TechX พัฒนาออกแบบและสร้างแอป SCB EASY รุ่นใหม่ ซึ่งจะมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เสมือนว่ามีผู้ช่วยทางการเงินดิจิทัลส่วนตัวที่จะคอยเตือน แนะนำ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าในเรื่องธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ

โดยจะเชื่อมโยงเข้ากับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ เช่น สินเชื่อ ประกัน หรือการลงทุน ทั้งนี้ คาดว่า SCB EASY รุ่นใหม่จะพร้อมออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566

“ปัจจุบัน SCB EASY มีลูกค้าใช้งานมากกว่า 13 ล้านราย โดย 80% ใช้งานเป็นประจำทุกเดือน (ณ เดือน ธ.ค. 2564) และเฉลี่ยมีผู้ใช้งานมากกว่า 6 ล้านคนต่อวัน ซึ่งหลังโควิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณธุรกรรมทางการเงินโดยรวมที่ลูกค้าเลือกทำผ่าน SCB EASY เติบโตสูงขึ้นมากกว่า 120% เทียบปีก่อน โดยเฉพาะธุรกรรมการชำระเงินเติบโตมากกว่า 100% สะท้อนพฤติกรรมลูกค้าเลี่ยงใช้เงินสดเป็นพฤติกรรมถาวร” ดร.ชาลีกล่าว

นายรถพร เอกบุตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาดิจิทัลโซลูชั่นเพื่อลูกค้ารายย่อยธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารจะขยายขอบเขตการบริการลูกค้าโมบายแบงกิ้งในวงกว้าง และต่อยอดนวัตกรรม digital lending โดยการยกระดับกระบวนการสมัครใช้งานผลิตภัณฑ์ของธนาคารให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในรูปแบบดิจิทัล

 

นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นการเชื่อมต่อโครงข่ายการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (overseas business expansion) โดยใช้เครือข่ายในหลากหลายประเทศและการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมระหว่างประเทศดียิ่งขึ้น รวมถึงขยายการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มไปยังร้านค้าและคู่ค้าของธนาคารตามกลยุทธ์การสร้าง ecosystem and partnership เพื่อต่อยอดการให้บริการระหว่างคู่ค้าได้ครบวงจร ตลอดจนการนำข้อมูลมาประมวลผลให้เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเสนอบริการที่ตรงใจ รองรับการใช้งานทุกวันของลูกค้า

“เราเห็นแนวโน้มธุรกรรมการเงินผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเติบโตต่อเนื่อง และแบงก์เองก็ปรับตัวการให้บริการให้มีความหลากหลายช่องทาง ซึ่งกรุงศรีฯได้เห็นความท้าทายจึงมุ่งเน้นการลงทุนและยกระดับเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน และปรับปรุงแอปพลิเคชั่นให้ทันสมัยรองรับการเติบโตของช่องทางดิจิทัล” นายรถพรกล่าว

นายพีรพัฒน์ เกษบุญชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Omni Channel Management ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เปิดเผยว่า LH Bank ได้พัฒนาแอป “Profita” เพื่อการลงทุนในกองทุนรวมที่ตอบโจทย์นักลงทุน และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบัน

โดยมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกจังหวะการลงทุน รองรับคำสั่งซื้อ-ขาย-สับเปลี่ยนกองทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีกองทุนแนะนำ บทวิเคราะห์สภาวะตลาด มุมมองการลงทุนโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมตัวช่วยสร้างวินัยในการลงทุน เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าก้าวสู่การเป็นมือโปรฯด้านการลงทุน

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/finance/news-856028


จำนวนผู้อ่าน: 1153

04 กุมภาพันธ์ 2022